
เรื่องราวที่จะพาคุณดำดิ่งไปกับเสน่ห์ของ Henford-on-Bagley เมืองชนบทสุดอบอุ่นจาก The ที่ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ยังซ่อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และตำนานสุดหักมุมเอาไว้มากมาย
หากคุณกำลังมองหาสถานที่ที่สายน้ำ ดินแดน และธรรมชาติหลอมรวมกันอย่างลงตัว เฮนฟอร์ด-ออน-แบ็กลีย์ คือคำตอบ เมืองนี้เต็มไปด้วยเนินเขาสลับซับซ้อน ผลผลิตทางการเกษตรที่สดใหม่ และชื่อเสียงด้านการแกะสลักหินที่มีมานานนับร้อยปี ที่นี่คือสถานที่แรกๆ ที่เจ้าหญิงคอร์เดเลีย (Princess Cordelia) เสด็จมาเยือนหลังจบสิ้น “การรุกรานของสลอธยักษ์”
แม้เพื่อนบ้านอาจจะชอบจับกลุ่มเมาท์มอยซุบซิบกันไปสักนิด แต่คุณคงหาที่ไหนเหมาะจะใช้ชีวิตอิงแอบธรรมชาติ เติบโตไปพร้อมกับเพื่อนตัวขนอย่างสุนัขจิ้งจอก นก และกระต่ายป่า ได้ดีไปกว่าที่นี่อีกแล้ว!
เมืองนี้แบ่งออกเป็น 3 ย่านหลักที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่า ดังนี้ครับ:
ฟินช์วิคเติบโตมาจากจุดเริ่มต้นที่เคยมีแค่สุสานกับคนขายมะเขือม่วง แต่ปัจจุบันกลายเป็นชุมชนที่คนพร้อมช่วยเหลือกันเสมอ ชื่อของย่านนี้มาจากนก “กรีนฟินช์” (Greenfinch) ที่ลอร์ดโวลเป (Lord Volpe) ผู้ก่อตั้งเมืองหลงรักในเสียงร้องของพวกมัน ฟินช์วิคตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแบ็กลีย์ (Bagley) ที่นี่คืออดีตหมู่บ้านโรงสีเก่าที่ชาวเมืองภูมิใจในความเป็นชุมชนที่แน่นแฟ้นและคึกคัก จัตุรัสประวัติศาสตร์กลางเมืองไม่ได้มีแค่บ่อน้ำดอกไม้อย่างเดียวนะ แต่ยังล้อมรอบไปด้วยผับบรรยากาศน่านั่งและซุ้มขายของน่ารักๆ ท่ามกลางสวนดอกไม้ที่บานสะพรั่ง เหมาะกับการเดินเล่นดูของแบบเพลินๆ
ทั้งนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ต่างตั้งตารอ “งานแฟร์ประจำหมู่บ้าน” (Village Fair) ในทุกๆ สัปดาห์ งานนี้ท่านนายกเทศมนตรีเมืองฟินช์วิคจะปรากฏตัวเพื่อเป็นกรรมการตัดสินการประกวดต่างๆ ด้วยตัวเอง… และแน่นอนว่า เป็นโอกาสทองในการอัปเดต “ข่าวเมาท์ซุบซิบ” ล่าสุดของเมืองด้วย!
คุณอาจจะเห็นบ่อน้ำกลางเมืองที่เต็มไปด้วยดอกไม้สวยงาม แต่รู้หรือไม่ว่าอดีตมันเคยมีน้ำเต็มบ่อ! จนกระทั่งมี “คุณยาย” ท้องถิ่นคนหนึ่งเอาฟาดกระเป๋าใส่คนอื่นจนเกือบตกบ่อ ท่านนายกเทศมนตรีเลยสั่งสูบน้ำออกแล้วปลูกดอกไม้แทนซะเลย
ดอกไม้สีสดใสที่ห้อยประดับตามเสาไฟ ล้วนมาจากสวนของชาวเมืองที่ผลัดกันมาช่วยดูแล สะท้อนถึงความมีน้ำใจของคนที่นี่
ครั้งหนึ่งฟินช์วิคเคยถูกโจรสลัดบุก! ว่ากันว่าเจ้าหญิงคอร์เดเลียเป็นคนพาพวกเขามา แต่ชาวเมืองแทบจะไม่รู้สึกว่าถูกคุกคาม เพราะพวกโจรสลัดดัน “สุภาพ” สุดๆ แถมยังเป็นจุดเริ่มต้นของประเพณีการช่วยเหลือกันอย่าง ฟินช์วิคเฟเวอร์ (Finchwick Favor) อีกด้วย
ย่านนี้โดดเด่นด้วยเนินเขาที่ทอดยาว คฤหาสน์อันร่มรื่น และสวนชุมชนเล็กๆ ที่ทุกคนช่วยกันดูแล แต่สิ่งที่ทำให้ย่านนี้เป็นตำนานจริงๆ คือ “มหากาพย์การตั้งชื่อ” สุดฮาครับ!
เดิมทีย่านนี้ชื่อว่า “ลิตเติล เฮนฟอร์ด” (Little Henford) แต่ชาวเมืองรู้สึกว่าชื่อมันดูเล็กกระจิ๋วหลิวไปหน่อย เลยรวมหัวกันเปลี่ยนชื่อเป็น “นิว เฮนฟอร์ด” (New Henford) ซะเลย แต่ปัญหาคือ… พวกเขาดันลืมแจ้งให้คนทำแผนที่ระดับชาติทราบ! ผลก็คือ เมืองนี้ “ไม่มีอยู่จริง” บนแผนที่เป็นเวลาถึง 2 สัปดาห์เต็มๆ
เมื่อทางการบอกว่าถ้าอยากกลับไปอยู่ในแผนที่ต้องเปลี่ยนชื่อใหม่อีกรอบ คราวนี้ชาวเมืองเลยเปิดโหวต และชื่อ “โอลด์ นิว เฮนฟอร์ด” ก็เฉือนเอาชนะชื่อ “นิว นิว เฮนฟอร์ด” (New New Henford) ไปได้ด้วยคะแนนเสียงเพียงโหวตเดียวเท่านั้น! แหม… เกือบได้ชื่อตลกกว่าเดิมแล้วไหมล่ะ
ถ้าอยากได้จุดตกปลาที่ดีที่สุด ต้องมาที่นี่เลย! มีชาวซิมส์บางคนอ้างว่าเคยตก “ปลาไหลหมาป่า” (Wolf eel) ได้ที่นี่ด้วยนะ
สมัยก่อนพื้นที่ย่านนี้ทั้งหมดเคยเป็นของตระกูลวัตสัน (Watson) แต่พวกเขาค่อยๆ ทยอยขายที่ดินออกไปทีละแปลงในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา
ความร่วมมือของชาวเมืองทำให้สวนชุมชนที่ริเริ่มโดยเพื่อนบ้านหัวใสเติบโตอย่างงดงาม และมีการรีโนเวตโรงนาประวัติศาสตร์ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ความงดงามตามธรรมชาติของป่าแห่งนี้ เป็นบ้านที่แสนอบอุ่นของเหล่านกป่า กระต่าย และสุนัขจิ้งจอกมาอย่างยาวนาน ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศ แต่ยังเป็นสถานที่ที่ชาวซิมส์สามารถมาใช้เวลาทั้งวันเพื่อเปลี่ยนตัวเองให้สดชื่นขึ้นได้อย่างน่าประหลาด
ไม่ว่าจะเป็นการแอบซ่อนของขวัญเซอร์ไพรส์เล็กๆ ไว้ใต้รูปปั้นเขาวงกตหอยทาก โซฟี เดอะ สเนล (Sophie the Snail), การแบกขาตั้งวาดรูปมาเก็บภาพความสงบของน้ำตกคอร์เดเลียฟอลส์ (Cordelia Falls), การเดินลัดเลาะเก็บเห็ดป่าตามธรรมชาติ หรือการตามหาความโรแมนติกท่ามกลางซากปรักหักพัง ไอล์ ออฟ โวลเป (Isle of Volpe)… รับรองว่าการใช้เวลาหนึ่งวันในเดอะ แบรมเบิลวูดจะทำให้ซิมส์ทุกคนได้รับพลังงานดีๆ กลับไปเต็มเปี่ยมแน่นอน
สถานที่ที่โรแมนติกที่สุดในเฮนฟอร์ด-ออน-แบ็กลีย์ การได้จุมพิตกับคนรักในอ้อมกอดท่ามกลางซากโบราณสถานนี้ ราวกับฉากในภาพยนตร์เลยทีเดียว
มีข่าวลือว่าเหล่าขุนนางหนุ่มสาวในอดีต มักจะแอบหนีมาพักร้อนกันแบบลับๆ ที่กระท่อมเหนือน้ำตกแห่งนี้
บางคนบอกว่าลอร์ดโวลเปเลี้ยงหมาจิ้งจอก แต่หลายคนยืนยันว่าเขาเลี้ยง “หอยทาก” ต่างหาก และเขาวงกตหอยทากในป่าแห่งนี้ก็คือหลักฐานชั้นดีว่าเขาเป็นทาสหอยทากตัวจริง!
ย้อนกลับไปหลายร้อยปีก่อน หากคุณอยากข้ามแม่น้ำแบ็กลีย์ คุณต้อง “ว่ายน้ำ” ข้ามไป! สมัยนั้นชาวซิมส์เลยต้องพกชุดว่ายน้ำติดตัวไว้เสมอเวลาออกไปทำธุระ
หากคุณติดตั้งภาคเสริม Seasons อากาศที่นี่จะเย็นสบาย มีเมฆมาก และค่อนข้างนิ่งสงบตลอดปี ฝนตกชุกในช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง ฤดูร้อนอาจจะมีอากาศร้อนบ้างแต่แทบไม่เจอคลื่นความร้อน ส่วนฤดูหนาวก็จะมีหิมะตกโปรยปรายสลับกับสายฝน เป็นบรรยากาศแบบชนบทอังกฤษแท้ๆ
หากใครมีภาค Cottage Living อยู่ในมือแล้วล่ะก็… อย่าลืมหาเวลาพาชาวซิมส์ของคุณแวะไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่เฮนฟอร์ด-ออน-แบ็กลีย์กันดูนะครับ!